เริ่มต้นคิดต่างกันแค่องศาเดียว
ถ้าเราลองสังเกตุดูการใช้ชีวิตของคนทั่วๆไป หรือวัฒนธรรมทางความคิดที่ทำๆตามๆกันมา โดยส่วนใหญ่ๆมักจะคล้ายๆกัน ทั้งวิธีคิด หรือวิถีชีวิต การทำงาน และการใช้ชีวิตต่างๆ มักจะไม่ค่อยฉีกแหวกแนวแตกต่างกันเท่าไหร่
ยกตัวอย่างเช่น สมัยที่เราเรียนจบมัธยมศึกษาตอนต้น ณ เวลานั้น นับเป็นการเลือกอย่างเป็นทางการของเราครั้งแรกในชีวิต น่าจะเป็นเหมือนๆกันของคนโดยส่วนใหญ่ ที่จะเลือกว่า อยากจะเรียนในสายวิชาใด ไม่ว่าจะเป็น สายสามัญ(มัธยมศึกษาตอนปลาย) หรือสายอาชีวะ(สถาบันอาชีวะในสาขาต่างๆ)
จุดทางเลือกจุดที่สองของเรา ก็คือหลังจากที่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อที่จะเลือกสถาบันในระดับอุมดมศึกษาและสาขาวิชาที่ต้องการจะเรียน
จุดทางเลือกจุดที่สาม ก็คือหลังจากจบในระดับอุดมศึกษา เราก็ต้องเลือกที่จะทำงานตรงสายงาน หรือไม่ตรงสายงาน หรือเรียนต่อ เราต้องตัดสินใจว่า จะอยู่แถวๆบ้านเกิด หรือต่างถิ่นฐานที่อยู่จากบ้านเกิดเมืองนอน
เมื่อเราเข้าสู่วัยทำงาน คนส่วนใหญ่ก็มักจะทำงานในแนวๆที่ตนเองจะสามารถเลือกได้ โดยหลักการเลือก เท่าที่ผู้เขียนได้ลองๆสังเกตุดู จะมีประมาณดังต่อไปนี้
1.ตรงสายงานที่ตนเองเรียนจบมา ตามบริษัท หรือสถานที่ราชการต่างๆ
2.เงินเดือนตรงหรือใกล้เคียงตามที่เราอยากได้ หรือมากกว่า
3.ที่พักอาศัยใกล้กับที่ทำงาน สามารถเดินทางถึงกันสะดวก
4.เมื่อได้ทำงานแล้ว ก็มักจะมีทั้งตั้งใจทำงานและทำงานในลักษณะเช้าชามเย็นชาม แต่ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันในแต่ละวัน
5………
โดยที่กรอบความคิดที่เป็น pattern เดียวกันลักษณะนี้ จะคล้ายๆกันโดยส่วนใหญ่ ถ้าเราลองสังเกตุกันดีๆ ชีวิตของผู้คนเหล่านี้ ก็มักจะไปในทำนองเดียวกัน และความสำเร็จก็มักจะคล้ายๆกัน จริงๆถ้าพูดกันจริงๆแล้ว คนที่อยู่ในกลุ่มนี้มักจะประสบความสำเร็จกันน้อยมาก คนที่อาจจะพอมีรายได้เยอะหน่อย ก็คือคนที่ตั้งใจทำงาน แต่ความสำเร็จก็ไม่ได้ฉีกออกไปมากนัก
ถ้าเราลองนำบุคคลผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มาลองวิเคราะห์ดูแล้ว เรามักจะเห็นว่า แต่ละท่านจะมีความขยันเป็นต้นทุนเดิม แต่สิ่งที่มีมาควบคู่กัน ก็จะมีเรื่องของความคิดที่ต่าง ฉีกแหวกแนว มีภาพแห่งความประสบความสำเร็จในชีวิตที่ชัดเน มีความคิดของการเป็นเจ้าของธุรกิจ ชอบที่จะเรียนรู้อยู่เสมอๆ สังเกตุสิ่งรอบข้าง สิ่งที่ต้องควบคู่ไปอีกก็คือความดี ความมีคุณธรรม ความซื่อสัตย์ ซึ่งจะขาดไม่ได้เลย สิ่งเหล่านี้มักเป็นปัจจัย ที่ทำให้พวกเขาเหล่านี้ประสบความสำเร็จ ให้เราลองสังเกตุดูพวกเขาเหล่านี้มักจะมีวิธีคิด และวิธีการทำการตลาด และวิธีการแก้ปัญหาที่เฉียบขาด และค่อนข้างคิดต่างจากคนทั่วๆไป
เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่า การคิดต่างจากคนทั่วๆไป แม้แต่องศาเดียว เมื่อกาลเวลาผ่านไป ผลลัพธ์ที่ได้ จะแตกต่างจากคนทั่วๆไปที่คิดเหมือนๆกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งการคิดต่างจะทำให้เรามีพื้นที่อยู่มากที่ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าเราคิดเหมือนกับบุคคลทั่วๆไป โอกาสประสบความสำเร็จก็จะน้อย เนื่องจากสิ่งต่างๆที่พวกเขาเหล่านั้นทำ ก็เป็นสิ่งที่เค้าทำกันอยู่แล้ว พื้นที่ที่มีให้เรายืนก็จะน้อย แต่ถ้าคิดต่าง พื้นที่ในการประสบความสำเร็จในชีวิต ก็จะมากกว่าคนทั่วไป เป็นต้น
สำหรับงานธุรกิจเครือข่าย โดยส่วนใหญ่มักถูกมองในภาพลบในสังคม เนื่องจากเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีจากคนยุคก่อนๆ ที่ทำธุรกิจเครือข่ายในบ้านเรา ที่ทำในลักษณะขายของ จึงทำให้งานลักษณะนี้ ในปัจจุบันมักจะถูกมองข้าม ซึ่งธุรกิจเอมสตาร์ นั้นต่างออกไป ถ้าหากคุณยังคิดว่าธุรกิจเอมสตาร์ ก็น่าจะเหมือนๆกับธุรกิจเครือข่ายทั่วๆไปผมอยากให้ทุกๆท่านได้ลองพิจารณา สิ่งต่างๆดังต่อไปนี้
1.ถ้าเหมือนแล้วทำไมเจ้าของสถาบันติวเตอร์(พี่เก่ง) ถึงมาทำธุรกิจเอมสตาร์ล่ะ
2.ถ้าเหมือนแล้วทำไมเจ้าของบริษัทรับทำเว็บไซต์อย่าง Marvelic Engine ถึงได้มาทำล่ะ(พี่นุ่น)
3.ถ้าเหมือนแล้วทำไมเจ้าของบริษัทรับสแกนเอกสารจากกระดาษเป็น Digital ที่นับได้ว่าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง อย่างพี่หลิน(รู้จักเค้าได้ในเมนู แนะนำธุรกิจ) ถึงได้มาทำธุรกิจนี้ล่ะ
4.ถ้าเหมือนแล้วทำไมคนที่ทำธุรกิจผลิตซีดีเปล่า เจ้าใหญ่เจ้าหนึ่งที่เรารู้จักกันดี ถึงได้มาทำธุรกิจนี้ล่ะ(พี่จีน)
5.ถ้าเหมือนแล้วทำไมเจ้าของอู่ซ่อมรถขนาดใหญ่แห่งหนึ่งแถวๆเทพารักษ์ ถึงได้ลงมาทำธุรกิจนี้ล่ะ(พี่นิด)
6.สรุปโดยรวมๆ ถ้าเหมือนแล้วทำไมเจ้าของธุรกิจใหญ่ๆ ระดับบิ๊กๆเหล่านี้ถึงได้ลงมาทำเอมสตาร์กัน ซึ่งยังมีอีกมากมายที่ยังไม่ได้กล่าวถึง
7.ถ้าเหมือน ทำไมถึงมีมนุษย์เงินล้านถึงแปดรหัสภายในระยะเวลา 4 ปีกว่าๆ หลังจากวันที่เอมสตาร์เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
8.ถ้าเหมือนแล้วทำไมถึงมีมนุษย์เงินแสนมากมาย เดินสวนกันแทบจะไหล่ชนกันอยู่ในทุกๆ Center
ถ้าเราลองมาโฟกัสงานในธุรกิจเอมสตาร์ดูดีๆ เราจะเห็นว่าจริงๆแล้ว ธุรกิจเอมสตาร์เป็น “ธุรกิจผ้าขี้ริ้วห่อทอง” หรือ “Blue Ocean” คือคนส่วนใหญ่ หรือผู้คนหมู่มากยังไม่ทำกัน และยังมีพื้นที่อีกเยอะที่ทำให้เราได้มีโอกาสได้ยืน และประสบความสำเร็จ และนอกจากนั้นงานขายของในธุรกิจเอมสตาร์ของผมนั้นไม่มี ไม่มีการช่วยซื้อ ไม่มีการตื๊อคน เพราะไม่จำเป็น และไม่มีประโยชน์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ลบภาพลักษณ์เดิมๆของธุรกิจเครือข่ายลงไปได้ “เพียง แค่ลองเปิดโอกาสให้กับตัวเอง ได้ศึกษาได้เรียนรู้ ว่าจริงๆแล้วธุรกิจเครือข่ายคืออะไรกันแน่ และเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้ลองลงมือทำ” เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถพบกับความสำเร็จในชีวิตของคุณได้เช่นกัน ครับ
“คิดต่างจากคนทั่วไปแค่องศาเดียว เมื่อเวลาผ่านไป ผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างจากคนทั่วๆไปอย่างมหาศาล”
